วิธีแก้เครื่องกรองน้ำ น้ำไม่ไหลหรือน้ำไหลน้อย หรือไหลช้า

166

เครื่องกรองน้ำบางบ้าน บางเครื่อง หากใช้ไปสักพักก็มักมีอาการน้ำไม่ไหลหรือไหลน้อย ช้า ไม่เพียงพอต่อการใช้ในแต่ละวันหรือไหลช้าไม่ทันใจ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้

advertisement

1. แรงดันน้ำขาเข้าน้อยเกินไป
แรงดันน้ำขาเข้าหรือปริมาณน้ำขาเข้าก่อนเข้าสู่กระบวนการกรองของวัสดุกรองต่างๆ มีผลต่อปริมาณน้ำที่ไหลออกผ่านท่อน้ำออก หากน้ำขาเข้ามีลักษณะไหลน้อย ช้า น้ำที่ผ่านออกเครื่องกรองก็ไหลน้อยช้าด้วยเช่นกัน

การแก้ปัญหา: ทำการตรวจสอบอัตราการไหลของน้ำขาเข้าโดยการถอดท่อ หากพบปริมาณน้ำไหลช้าหรือน้อย อาจเกิดจากหลายสาเหตุ
– แรงดันน้ำจากแหล่งส่งน้ำน้อยหรือแรงดันไม่พอ ให้ตรวจสอบแหล่งน้ำขาเข้าหากถูกส่งจากหน่วยงานด้านนอก โดยการติดต่อสอบถาม และแจ้งปัญหาไปยังหน่วยงาน
– ท่อน้ำมีการอุดตันระหว่างท่อส่ง โดยให้ตัดถอดท่อจากหัวจ่ายน้ำประปา และทำการไล่ด้วยน้ำ ล้างสิ่งอุดตัน การอุดตันอาจเกิดจากการผุพังของท่อ โดยเฉพาะท่อที่ทำจากโลหะ และเกิดสนิมภายในท่อ ในกรณีที่ท่อผุพังมากให้ทำการเปลี่ยนถ่ายท่อใหม่เสีย
– ท่อน้ำมีรอยรั่วก่อนเข้าเครื่องกรองน้ำ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แรงดันน้ำน้อยเกินไป ทั้งนี้ ให้ทำการตรวจสอบหาจุดรอยแตก รอยรั่วของท่อในระยะทางก่อนเข้าเครื่องกรองน้ำ หากพบสาเหตุจากกรณีนี้ให้ทำการตัดท่อ และปิดท่อใหม่หรือทำการเปลี่ยนท่อใหม่ทั้งชุด

ทั้ง นี้หากมีการใช้แหล่งน้ำขาเข้าจากภายนอกบ้านเพียงแหล่งเดียว ควรสร้างแหล่งพักน้ำเพื่อส่งน้ำเองภายในบ้านก่อนส่งเข้าเครื่องกรองหรือ สำรองกรณีน้ำประปาไม่ไหล

2. มีการอุดตันภายในเครื่องกรองน้ำ
การอุดตันภายในเครื่องกรองน้ำอาจแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ
2.1 การอุดตันบริเวณวัสดุกรอง
การอุดตันบริเวณวัสดุกรอง เกิดได้ 2 กรณี คือ
– การอุดตันจากการอัดวัสดุกรองแน่นเกินไป
– การอุดตันจากสิ่งสกปรกเข้าอุดตันภายในวัสดุกรอง

การแก้ปัญหา: การแก้ปัญหาของทั้ง 2 สาเหตุจากการอุดตันบริเวณวัสดุกรอง ให้ทำการถอดก้นเครื่องกรอง แล้วนำวัสดุกรองออกมาเป็นชั้นๆ โดยให้แยกกองไว้วัสดุไว้แยกกัน และทำการล้างวัสดุกรอง และภายในเครื่องกรอง และท่อเชื่อมต่างๆด้วยน้ำแรงดันสูง ก่อนบรรจุวัสดุกรองเข้าใหม่

ทั้งนี้ การบรรจุวัสดุกรอง ให้ใส่ในอัตราที่เหมาะสม ไม่ควรให้แน่นจนเกินไป

2.2 การอุดตันบริเวณท่อจุดเชื่อมต่อ
การ อุดตันบริเวณจุดเชื่อมต่างๆของท่อ เกิดเนื่องจากสิ่งสกปรกเข้ามาอุดตัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งสกปรกที่มาจากน้ำหรือจากสนิม (เครื่องกรองน้ำแบบใช้เหล็ก)

advertisement

การแก้ปัญหา:ให้ทำการถอดแยกวัสดุกรองน้ำ และล้างทำความสะอาด ทั้งวัสดุกรองน้ำ และภายในเครื่องกรองน้ำบริเวณผิวเครื่องกรอง ท่อ จุดเชื่อมต่อต่างๆ

3. ปัญหาจากวาวล์น้ำ
วาวล์น้ำไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหรือโลหะ บางครั้งหากใช้ไปสักพักอาจเกิดอาการหมุนไม่ได้หรือหมุนได้น้อยหรือหมุนได้ก็ ตาม หากเกิดเสียในขณะที่เปิดวาวล์ไว้เล็กน้อย ก็จะทำให้น้ำไหลน้อยหรือช้าได้

การแก้ปัญหา:ให้ตรวจสอบน้ำขาเข้า หากน้ำยังแรงปกติให้ตรวจสอบวาวล์ โดยการถอดออกแล้วต่อเข้ากับท่อส่งน้ำที่มีแหล่งน้ำจ่ายแรงปกติ ซึ่งจะทำให้ทราบว่าวาวล์ที่ใช้มีการชำรุดหรือไม่ หากพบการชำรุดให้เปลี่ยนถ่ายเป็นของใหม่ ซึ่งแนะนำให้ใช้ชนิดโลหะอลูมิเนียม

สำหรับบางท้องถิ่นที่มีปัญหาเรื่องน้ำมีความเค็ม การใชวาวล์เหล็กหรือโลหะอาจเสี่ยงต่อการชำรุดจากการกัดกร่อนของความเค็มได้ ง่าย จึงแนะนำให้ใช้วาวล์พลาสติกจะดีกว่า

%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2

4. ปัญหาจากการออกแบบ
– รูระบายน้ำ และข้อต่อมีขนาดเล็ก ทำให้น้ำไหลออกน้อย และเกิดการอุดตันได้ง่าย
– ใช้วัสดุกรองไม่เหมาะสม อาจใส่วัสดุกรองที่แน่นทึบหรือต้องใช้แรงดันน้ำสูง ไม่เหมาะกับการใช้สำหรับน้ำตามบ้านเรือนทั่วไป

การแก้ปัญหา:
– ควรตรวจสอบความสามารถ และคุณสมบัติของเครื่องกรองน้ำที่จะซื้อว่าสามารถใช้กับแรงดันน้ำตามบ้านหรือไม่
– ตรวจสอบรายละเอียดเครื่องกรองน้ำ ว่ามีการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ใดที่อาจเสี่ยงต่อปัญหาการอุดตันหรือไม่
– หากสามารถใช้ได้ตามปกติ อาจเสริมแรงดันน้ำด้วยการต่อปั้มน้ำแรงดันเพิ่มก็ได้

5. ติดตั้งเครื่องกรองน้ำในระดับสูงเกินไป
ในบางครั้งตำแหน่งการติดตั้งของเครื่องกรองน้ำที่อาจติดตั้งในระดับที่สูง เกินกว่าแรงดันน้ำจากท่อจะส่งมาถึง ตำแหน่งติดตั้งอาจอยู่ชั้นล่างแต่ติดตั้งสูงเกินไปหรืออาจอยู่ชั้น 2 ทำให้แรงดันน้ำไม่สามารถส่งถึงได้หรือได้ก็อาจไม่เพียงพอ

การแก้ปัญหา:
– ควรติดตั้งในระดับสูงกว่าพื้นห้องหรือสูงกว่าระดับท่อไม่เกิน 2 เมตร
– หากติดตั้งในระยะที่สูงเกินแรงดันน้ำ ควรติดตั้งปั้มน้ำเพิ่มแรงดัน ไม่ว่าจะอยู่ในชั้น 1 หรือ ชั้น 2

advertisement