น้ำมันดีเซล

2592

น้ำมันดีเซล (Diesel Fuel) เป็นน้ำมันที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ สำหรับใช้ในเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล มีลักษณะใสออกเหลืองเล็กน้อย มีความหนืดมากกว่าน้ำมันเบนซิน

advertisement

เครื่องยนต์ดีเซล หมายถึง เครื่องยนต์ที่ใช้การจุดระเบิดด้วยความร้อนจากการอัดอากาศเข้ากระบอกสูบจนเกิดความร้อนสำหรับการจุดระเบิด โดยที่ไม่ต้องใช้หัวเทียนเหมือนเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซลมักใช้ในรถกระบะ รถบรรทุก รถไฟ เรือ เป็นต้น

ลักษณะจำเพาะน้ำมันดีเซล
– จุดเดือด 250-350 องศาเซลเซียส
– จำนวนอะตอม C13-C14
– ประกอบด้วยสายไฮโดรคาร์บอนที่มีแขนตรง
– องค์ประกอบอื่นๆ ได้แก่ กำมะถัน ออกซิเจน และไนโตรเจน

เกรดน้ำมันดีเซล (USBM)
น้ำมันดีเซลเกรด 1 ใช้สำหรับรถโดยสาร รถยนต์ส่วนบุคคล รถกระบะ
น้ำมันดีเซลเกรด 2 ใช้สำหรับรถบรรทุก รถแทรกเตอร์
น้ำมันดีเซลเกรด 3 ใช้สำหรับรถไฟดีเซล
น้ำมันดีเซลเกรด 4 ใช้สำหรับเครื่องจักรไอน้ำ เครื่องปั่นไฟ เรือเดินทะเล

น้ำมันดีเซล

ประเภทน้ำมันดีเซล
น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (High  Speed  Diesel) หรือเรียกทั่วไปว่า น้ำมันโซล่า เป็นน้ำมันที่ใช้สำหรับเครื่องยนต์ที่มีรอบหมุนมากกว่า 1000 รอบ/นาที ถือเป็นชนิดน้ำมันดีเซลที่มีจำหน่ายมากในปัจจุบันตามปั๊มน้ำมันต่างๆ สำหรับใช้ในรถกระบะ รถบรรทุก รถโดยสารเครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก เป็นต้น

น้ำมันดีเซลหมุนช้า (Low  Speed  Diesel) บางครั้งเรียก น้ำมันขี้โล้ เป็นน้ำมันที่ใช้สำหรับเครื่องยนต์ที่มีรอบหมุน 300- 1000 รอบ/นาที มีจำหน่ายเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์บางประเภทเท่านั้น เช่น รถไฟ เรือยนต์ เครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ เป็นต้น

คุณสมบัติน้ำมันดีเซลสำหรับเป็นเชื้อเพลิง

1. การติดไฟ (Ignition quality) เป็นคุณสมบัติของน้ำมันดีเซลที่สามารถติดไฟได้ แม้ขณะอุณหภูมิของเครื่องต่ำ ความยากง่ายของการติดไฟขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำมัน ซึ่งน้ำมันดีเซลชนิดที่มีวงแหวนมากจะติดไฟได้ช้า

2. ความสะอาดขณะเผาไหม้ (Cleanliness) หากประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ไม่มีปัญหาจะพบว่าน้ำมันดีเซลสามารถเผาไหม้ได้สะอาดตามมาตรฐานเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ที่กำหนด

3. การกระจายตัวเป็นฝอย (Fluidity – atomization) น้ำมันดีเซลมีความหนืดมากกว่าน้ำเพียงเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับชนิดของเกรดน้ำมันดีเซล ซึ่งสามารถสเปรย์เป็นละอองฝอยขนาดเล็กได้ในห้องเผาไหม้

advertisement

4. ค่าการระเหย (Volatility) ค่าการระเหยของน้ำมันดีเซลมีผลต่อจุดเดือด จุดวาบไฟ และจุดติดไฟ ขณะที่ฉีดพ่นเข้าห้องเผาไหม้

5. ค่าซีเทน (Cetane number) เป็นค่าแสดงประสิทธิภาพการเผาไหม้เทียบกับซีเทนที่ผสมกับแอลฟาเมธิลแนฟทาลีนในน้ำมัน 100 กรัม ค่าซีเทนสูงแสดงประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่ดีของเชื้อเพลิง

ข้อมูลความเป็นอันตราย
1. จุดวาบไฟ ( Flash Point )  ไม่น้อยกว่า 52 องศาเซลเซียส
2. ขีดจำกัดการติดไฟ ( Flammable limits )
– ค่าต่ำสุด ( LEL ) 0.6
– ค่าสูงสุด ( UEL ) 7.5
3. อุณหภูมิสามารถติดไฟได้เอง ( Autoignition Temperature ) ไม่น้อยกว่า 250 องศาเซลเซียส
4. การเกิดปฏิกิริยาเคมี( Chemiecal Reactiveity) มีความคงตัวสูงขณะจัดเก็บ และการใช้งานในภาวะปกติ แต่ต้องหลีกเลี่ยงจากความร้อน เปลวไฟ และประกายไฟ
5. ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารออกซิไดซ์ที่รุนแรง เช่น คลอเรต ไนเตรด และเปอร์ออกไซด์
6. สารที่เกิดจากการสลายตัว ( Hazardous Decomposition Products ) ได้แก่ ควัน คาร์บอนมอนออกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ และผลิตภัณฑ์อื่นที่เกิดจากการเผาไหม้

ความเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
1. สามารถเข้าสู่ร่างกายทั้งทางผิวหนัง การสูดดม การดื่มกิน
2. อันตรายที่เกิดเฉพาะที่ เช่น ผิวหนัง ตา เยื่อบุ มักทำให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณที่สัมผัส
3. การสัมผัสในปริมาณมาก
– กรณีหายใจเข้าจะทำให้การทำงานระบบประสาทส่วนกลางลดลง  เกิดอาการชัก และสูญเสียความรู้สึก
– กรณีเข้าสู่กระเพาะอาหารจะทำให้รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน และมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง
– การสัมผัสทางตา และผิวหนัง จะทำให้เกิดอาการคัน และระคายเคือง
4. การสัมผัสในปริมาณน้อย และยาวนาน จะทำให้เป็นโรคผิวหนัง โรคระบบประสาท โรคไต โรคตับ โรคโลหิตจาง โรคมะเร็งในเม็ดเลือดและโรคมะเร็งที่ไต

ข้อมูลความปลอดภัย
1. ควรจัดเก็บในภาชนะปิดสนิท และห่างจากแสงแดด ความร้อน เปลวไฟ และประกายไฟ
2. อาคารจัดเก็บ ควรมีระบบระบายอากาศ
3. ควรสวมผ้าปิดจมูกหรือหน้ากากประเภทกรองสารอินทรีย์
4. ต้องใส่ถุงมือที่ทำจากยางชนิดที่ทำจากยาง นีโอพรีน ไนตรีล หรือโพลีแอลกอฮอล
5. เมื่อเกิดเพลิงไหม้ถังดับเพลิงที่ใช้ได้ ได้แก่ ถังดับเพลิงประเภทคาร์บอนไดออกไซด์ ผงเคมีแห้ง และโฟม และไม่ควรใช้น้ำในการดับไฟเป็นอันขาด

การปฐมพยาบาล
1. กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง ( Skining Contacting ) ให้ล้างบริเวณที่สัมผัสด้วย สบู่และน้ำ
2. กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา ( Eye Contacting ) ล้างตาด้วยน้ำอย่างน้อย 15 นาที แล้วจึงไปพบแพทย์
3. กรณีสัมผัสสารเคมีโดยการหายใจ ( Respiratory Contacting ) รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แล้วจึงปรึกษาแพทย์

advertisement